โกลเบล็ก หวั่นสงครามการค้ายืดเยื้อทำเศรษฐกิจโลกพัง ส่วนทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

0
2
Loading...

ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ดัชนีทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงจากความกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน จะยังยืดเยื้อต่อและไม่มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีหน้า ประกอบกับโกลด์แมน แซคส์ ได้ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐประจำไตรมาส 4 สู่ระดับ 1.8% จากเดิมที่ระดับ 2.0% โดยระบุถึงผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มากกว่าคาด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,655 จุด

อีกทั้งแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก และเงินหยวนที่อ่อนค่า เป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ล่าสุดดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนก.ค. 2562 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แตะระดับ 46.7 ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน จากความกังวลสงครามการค้า ภัยแล้ง และเงินบาทแข็งค่า

นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาปัจจัยการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2562 ของ EU ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ และการรายงารนำเข้า-ส่งออก และสต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.พาณิชย์) เพื่อหารือและรับฟังข้อเสนอแนะปัญหาและอุปสรรคด้านการส่งออก

ส่วนในวันที่ 15 ส.ค. สหรัฐจะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดค้าปลีก และดัชนีภาคการผลิต ตามมาในวันที่ 16 ส.ค. จะมีการประชุมนัดแรกของครม.เศรษฐกิจ รวมทั้งสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น และในวันที่ 19 ส.ค. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลง GDP ไตรมาส 2/2562

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นการลงทุนนั้นยังไม่มีอะไรใหม่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากนการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกอาจเพิ่มการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ภายในเดือนส.ค.นี้ ยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณา

ดังนั้นแนะนำแนะนำกลยุทธ์ การลงทุนในหุ้น ที่น่าลงทุน ดังนี้ 1 หุ้น High Dividend เช่น SIRI, QH, TISCO, KKP และ ANAN 2. หุ้น Defensive Stock เช่น EASTW, TTW, BCH, CPALL และ BJC 3. หุ้น Theme EEC play เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW และ ATP30

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากส่งครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และกองทุน SPDR ที่ยังซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องทำให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อมองกรอบราคาทองคำสัปดาห์นี้ที่ 1,500-1,540 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ 21,860-22,500 บาท

Source: Khaosod

Loading...

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here